ศูนย์ข้อมูลลาว สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร. 0 4333 2309 ภายใน มข. 12399 

สารมิตรภาพไทย-ลาว

หน้าแรก
แนะนำศูนย์ฯ
กระดานสนทนา
ข่าวจากศูนย์ข้อมูลลาว
เศรษฐกิจ การลงทุน
ประเพณี วัฒนธรรม
ข่าวแวดวงสปป.ลาว
สถานทูตไทย ณ เวียงจันทน์
สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ แขวงสะหวันนะเขต
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ
ข่าวจาก สคต.
เที่ยวลาว
แผนที่ลาว
ฐานข้อมูลลาว
สารมิตรภาพไทย-ลาว
ชมรมนักศึกษาลาว
ห้องสมุดศูนย์ข้อมูลลาว
ภาพสวยๆของลาว
บทความ
ติดต่อเรา
สำนักวัฒนธรรม มข.
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับสปป.ลาว
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สำนักข่าวสารประเทศลาว
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
Administrator
สถิติ
ผู้เยี่ยมชม: 18791282
ขณะนี้มี 74 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Visitors Counter
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday871
mod_vvisit_counterYesterday1156
mod_vvisit_counterThis week6537
mod_vvisit_counterThis month33948
mod_vvisit_counterAll1260024

ดูสถิติผู้เข้าชมเว็บ
ใบสมัครสมาชิกสมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพ โทร(02) 203 5000 ต่อ 14575  คลิกที่นี่ค่ะ
การส่งออกไปยัง สปป. ลาว ในปี 2553 มีแนวโน้มเพิมขึ้น ร้อยละ 14 พิมพ์

         นายเฉลิมพล  พงศ์ฉบับนภา  อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) กล่าวว่า แนวโน้มการค้าระหว่างไทยกับ สปป. ลาว  คาดว่าในปี  2553  จะมีการส่งออกไปยังตลาด สปป. ลาว  มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  ร้อยละ  14   ด้วยเหตุปัจจัยที่สำคัญคือ
                1.อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ในปี 2553 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง ในระดับ  ร้อยละ  7.7 – 7.8 
                2. การมีเสถียรภาพทางการเมือง  มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย  และเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับไทย  1,810  กม. ( 11  จังหวัดไทย  กับ  9  แขวงลาว) ประชาชนบริเวณชายแดน  อยู่กันอย่างสงบสุขที่สุด
                3. หลังการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งที่  25  เมื่อ  ธ.ค.  2552  ที่ผ่านมา  จะทำให้การท่องเที่ยวของ สปป. ลาว  ขยายตัวเพิ่มขึ้น 
                4. ในปี  2553  มีการเฉลิมฉลองนครหลวงเวียงจันทน์  ครบรอบ  450  ปี  ในวันที่  12  ตุลาคม  2553  มีการปรับปรุงถนนหนทางในเขตพื้นที่ที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ โครงการก่อสร้าง  Infrastructure  ยังขยายตัวสูง

          5. สปป. ลาว เป็นแบตเตอร์รี่แห่งเอเซีย (Battery of  Asia)  โครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ  ซึ่งถือเป็นโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคมีการดำเนินการหลายโครงการ  มีผลต่อการนำเข้าอุปกรณ์ด้านการก่อสร้างจากประเทศไทยจำนวนมาก
           6. การก่อสร้างสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 3 ( จ. นครพนม – แขวงคำม่วน ) กำหนดแล้วเสร็จในปี  2554,  การก่อสร้างสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 4  ( อ.เชียงของ/เชียงราย – เมืองห้วยทราย/แขวงบ่อแก้ว ) กำหนดแล้วเสร็จในปี  2555  ตลอดจนการสนับสนุนเงินช่วยเหลือจากไทยเพื่อสร้างทางรถไฟอีกประมาณ    9.5  กม. ต่อจากสถานีรถไฟท่านาแล้ง  เชื่อมต่อไปยังนครหลวงเวียงจันทน์  ตลอดจนโครงการพัฒนาบริเวณด่านท่านาแล้งเพื่อสร้างคลังสินค้าผ่านแดนระหว่างภาคเอกชนไทย – สปป. ลาว  ก่อให้เกิดกิจกรรมทางการค้า  เพิ่มรายได้  และการลงทุนให้แก่ สปป. ลาว  เพิ่มมากขึ้น
                7. ตั้งแต่วันที่  1  มกราคม  2553  เป็นต้นไป  สปป. ลาว  ในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่  สินค้าหลายชนิดมีการลดภาษี  เก็บในอัตราไม่เกิน  ร้อยละ  5.0  และการปรับปรุงข้อกฎหมายที่เปิดกว้างมากขึ้น  เพื่อเตรียมการเข้าเป็นสมาชิก  WTO  จะเป็นโอกาสต่อสินค้าและธุรกิจบริการของไทย
               8. นอกจากนี้  ยังมีโครงการพัฒนาพื้นที่  ที่จัดว่าเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่  อย่างน้อย  3  โครงการที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2553    ได้แก่  (1) โครงการหงสาลิกไนต์   ตั้งอยู่เมืองหงสา  แขวงไชยะบุรี เป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้ลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง มีกำลังผลิตไฟฟ้า  1,878  เมกะวัตต์  มูลค่าการลงทุน ประมาณ  3,000  ล้านเหรียญสหรัฐ  เป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจไทยที่ร่วมทุนกับลาว โดยฝ่ายไทยมีบริษัท บ้านปูเพาเวอร์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ซึ่งจะมีผลต่อการขยายชุมชนขนาดใหญ่ในทางตอนเหนือของลาว และจังหวัดน่านของไทย  (2) โครงการของกลุ่ม “ดอกงิ้วคำ” ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากประเทศจีนที่เข้าไปลงทุนจัดตั้ง “เขตเศรษฐกิจครบวงจร”  ที่เมืองต้นผึ้ง  แขวงบ่อแก้ว  สปป.ลาว  ตรงข้าม อ. เชียงแสน  จ. เชียงราย  ด้วยเงินลงทุน ประมาณ  3,000  ล้านเหรียญสหรัฐ  รองรับเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ R3A  ให้เป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว และเกษตรกรรมในอาเซียน (3) กลุ่มทุนจากเวียดนามของกลุ่ม “เลวันเดียม” ที่จะผุดโครงการสนามกอล์ฟ  ที่บ้านดงโพสี  นครหลวงเวียงจันทน์ และโครงการเหมืองแร่ที่แขวงอัตตะปือ  มูลค่า ประมาณ  1,000  ล้านเหรียญสหรัฐ   ซึ่งจะมีผลต่อการจ้างแรงงาน การเพิ่มรายได้  การใช้วัสดุก่อสร้าง  การจัดซื้อเสบียงอาหาร  และสินค้าอุปโภคบริโภคจากประเทศไทย

                 นายเฉลิมพล  พงศ์บับนภา  อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) กล่าวต่อไปว่า  จะเห็นได้ว่าตัวเลขการส่งออกของไทยไปยัง สปป. ลาว  ตั้งแต่เดือน พ.ย. 52  เป็นต้นมาเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ  และในเดือน ม.ค.  53  สามารถส่งออกได้ มีมูลค่า  5,129.1   ล้านบาท  หรือประมาณ 155.2  ล้านเหรียญสหรัฐ  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี  2552  ถึงร้อยละ  26.55       และนำเข้าจากลาว  มูลค่า  1,739.8  ล้านบาท  หรือ ประมาณ 52.1 ล้านเหรียญสหรัฐ  เพิ่มขึ้น  ร้อยละ  48.93       ซึ่งแสดงให้เห็นสภาพการค้าระหว่างไทยกับ สปป. ลาว     ในปี  2553    มีแนวโน้มสดใส  นายเฉลิมพล  กล่าวในที่สุด

ที่มา :สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว มหาวิทยาลัยจำปาสัก กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้