ศูนย์ข้อมูลลาว สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร. 0 4333 2309 ภายใน มข. 12399 

สารมิตรภาพไทย-ลาว

หน้าแรก
แนะนำศูนย์ฯ
กระดานสนทนา
ข่าวจากศูนย์ข้อมูลลาว
เศรษฐกิจ การลงทุน
ประเพณี วัฒนธรรม
ข่าวแวดวงสปป.ลาว
สถานทูตไทย ณ เวียงจันทน์
สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ แขวงสะหวันนะเขต
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ
ข่าวจาก สคต.
เที่ยวลาว
แผนที่ลาว
ฐานข้อมูลลาว
สารมิตรภาพไทย-ลาว
ชมรมนักศึกษาลาว
ห้องสมุดศูนย์ข้อมูลลาว
ภาพสวยๆของลาว
บทความ
ติดต่อเรา
สำนักวัฒนธรรม มข.
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับสปป.ลาว
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สำนักข่าวสารประเทศลาว
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
Administrator
สถิติ
ผู้เยี่ยมชม: 18759847
ขณะนี้มี 63 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Visitors Counter
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday140
mod_vvisit_counterYesterday1660
mod_vvisit_counterThis week3452
mod_vvisit_counterThis month30863
mod_vvisit_counterAll1256939

ดูสถิติผู้เข้าชมเว็บ
ใบสมัครสมาชิกสมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพ โทร(02) 203 5000 ต่อ 14575  คลิกที่นี่ค่ะ
เปิดบันทึกเศรษฐกิจริมทางข้ามชาติ ผ่านถนนยุทธศาสตร์“ไทย-ลาว-จีน-เวียดนาม” พิมพ์
553000005505101.gifศูนย์ข่าวภาคเหนือ – ตามรอยไม้กวาดเงินล้านข้ามพรมแดนไทย-ลาว ผ่านถนนสายยุทธศาสตร์เชื่อม “จีน-เวียดนาม-ลาว-ไทย” เผยอุตสาหกรรมครัวเรือนในประเทศวันนี้ ต้องพึ่งวัตถุดิบเพื่อนบ้านเพียบ
      
       นอกจากเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างชายแดนเมืองน่าน (ด่านห้วยโก๋น) อ.เฉลิมพระเกียรติ – ปากแบ่ง ระยะทาง 52.86 กม.ที่รัฐบาลไทย โดยสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ./NEDA) สนับสนุนงบ 840 ล้านบาท (ให้เปล่า 30% เงินกู้ 70%) มี หจก.แพร่ธำรงวิทย์ ของตระกูล “วงศ์วรกุล” แห่งเมืองแพร่ เป็นผู้รับเหมา กำลังกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับการเดินทางเข้าสู่ “หลวงพระบาง” แหล่งท่องเที่ยวของ สปป.ลาว ที่เป็นมรดกโลก แล้ว

ถนนสายนี้ ยังเป็น “ถนนไม้กวาดเงินล้าน” ที่กระจายเม็ดเงินลงสู่หมู่บ้านชนเผ่าฐานรากของ สปป.ลาว ตลอดเส้นทาง ไปจนถึงกลุ่มอุตสาหกรรมครัวเรือนผลิตไม้กวาด ของไทยในหลายจังหวัดได้อย่างทั่วถึง
      
       ทั้งนี้หากเดินทางขึ้นเหนือตามทางหลวงหมายเลข 11 บริเวณรอยต่ออุตรดิตถ์ – แพร่ สองข้างทางจะมีผลไม้ตามฤดูกาลออกมาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว แต่ที่เห็นและคุ้นเคยกันมากคือ ที่นี่เป็นแหล่งจำหน่าย “ไม้กวาดดอกหญ้า” ตลอดทั้งปี
       ซึ่งเดิมชาวบ้าน ใช้ทรัพยากรที่หาได้ง่ายคือ “ดอกก๋ง” ทำเป็นไม้กวาด ส่วนด้ามก็ใช้ไม้ไผ่ไร่ ทำให้มีต้นทุนถูก ผู้ที่แวะเวียนไปมาหาซื้อติดมือกันได้ง่าย แต่ปัจจุบันไม้กวาด ตลาดข้างทางของไทยมีราคาสูงขึ้นถึงด้ามละ 30-50 บาทแล้ว
      
       ลุงก๋วน เสียงหวาน ปราชญ์ชาวบ้านที่ห้วยลากปืน กล่าวว่า เดี๋ยวนี้ดอกก๋งน้อยลง ป่าก๋งถูกดัดแปลงเป็นสวนป่าไม้สัก ออป. ชาวบ้านไม่สามารถเก็บสะสมหรือตุนไว้ใช้ในช่วงที่ขาดแคลนได้เนื่องจากมีน้อยเต็มที
      
       นายอานันต์ ฟูตุ้ย เกษตรกรชาวเด่นชัย จ.แพร่ กล่าวว่า ผมเห็นคุณค่าของดอกก๋ง ถ้าที่ดินของผมมีดอกก๋งเกิดขึ้นผมจะไม่ถางทิ้ง แต่จะให้มันออกดอกจากนั้นก็เก็บเกี่ยวนำมาตาก ให้แม่บ้านถักไม้กวาดแบ่งกันพอใช้ตลอดทั้งปี
      
       “คิดดูว่าปีหนึ่ง แต่ละบ้านต้องใช้ไม้กวาดในบ้านกี่อัน ถ้าต้องซื้อจะกี่บาท”
      
       นายปรีชา วันติ เกษตรกรตำบลห้วยไร่ กล่าวว่า คนทำไม้กวาดในห้วยไร่หลายคนไปรับซื้อมาเองจากประเทศลาว ซื้ออย่างมีก้านซึ่งจะได้ราคาถูก นำมาจ้างชาวบ้านแกะเอาแต่ดอก ซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำกันในชุมชน ค่าจ้างถักไม้กวาดด้ามละ 3-4 บาท ขายในหมู่บ้านด้ามละ 20 บาท ถ้าใช้หวายถักจะตกด้ามละ 30 บาท แต่นำมาขายริมทางด้ามละ 50 บาท ชาวบ้านมีงานทำตลอดทั้งปี คนที่ถักไม่เก่งได้วัน 100 บาท คนถักเก่งๆ ได้วันละ 200 -300 บาท
      
       แต่ถ้าเดินทางไปถึงช่วง อ.ทุ่งช้าง -หน้าด่านห้วยโก๋น จ.น่าน เราจะเริ่มพบเห็นชาวบ้าน เดิน หรือขับจักรยานยนต์ พร้อมกับมัดต้นก๋ง ปรากฏขึ้นมาเป็นระยะ ยิ่งเมื่อเข้าไปในดินแดนของ สปป.ลาว ภาพเหล่านี้ ยิ่งพบเห็นได้บ่อยครั้งขึ้น
      
       “ต้นก๋ง” ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตไม้กวาดทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ถูกนำเข้ามาจาก สปป.ลาว ผ่านทางด่านห้วยโก๋น
      
       ระหว่าง “ASTVผู้จัดการ” เข้าสำรวจความคืบหน้าการก่อสร้างเส้นทางสายห้วยโก๋น-ปากแบ่ง ที่ล่าสุดแล้วเสร็จไปกว่า 90% โดยนายวรงค์ วงศ์วรกุล กรรมการผู้อำนวยการ หจก.แพร่ธำรงวิทย์ คาดว่า จะส่งมอบงานได้ในเดือนพฤษภาคม 2553 ก่อนสัญญาจะสิ้นสุดในสิ้นเดือนถัดไป (มิถุนายน 2553) พบว่า ที่เมืองเงิน แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว มีรถ 18 ล้อ หลายคันจอดรอรับต้นก๋งที่ถูกแพกใส่กระสอบ เพื่อนำเข้ามายังประเทศไทย รถบางคัน ดูจากทะเบียนรถ มาจาก จ.สระบุรี และอีกหลายคัน ที่เป็นรถทะเบียน จ.น่าน
      
       ชาวบ้านในแขวงไชยะบุรี และอุดมไชย ของ สปป.ลาว นอกจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ 888 ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ เข้าไปส่งเสริมในลักษณะของคอนแทร็กฟาร์มิ่ง( Contract farming) แล้ว ยังมีรายได้จากการเก็บต้นก๋งส่งขายเพื่อผลิตไม้กวาด
      
       พื้นที่ของทั้ง 2 แขวง ได้กลายเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบของไม้กวาด เพื่อส่งขายเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะที่ จ.แพร่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไม้กวาด แหล่งใหญ่ที่สุด แหล่งหนึ่ง รวมถึงส่งขายไปยังจีน
      
       แต่ต้นก๋งที่ขายให้แก่ไทยและจีน แตกต่างกัน ราคาจึงแตกต่างกัน โดยต้นก๋ง ที่ขายเข้าจีน จะนับรวมกิ่งที่สามารถนำไปใช้มัดรวมกันเป็นด้ามไม้กวาด ราคาขายส่งให้แก่จีน จึงต่ำกว่าที่ขายให้แก่ไทย โดยตกกิโลกรัมละ 8,000 กีบ(32 บาท) ส่วนต้นก๋งที่ขายเข้ามาในไทย ต้องตัดส่วนที่เป็นก้านออก ราคาขายจึงอยู่ที่กิโลกรัมละ 16,000 กีบ(64 บาท)
      
       ท้าวสงคราม ราชาสมบัติ อดีตข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาฯของลาว ที่ลาออกไปเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจที่ฮังการี 4 ปี 8 เดือน ก่อนกลับมาทำธุรกิจท่องเที่ยวที่แขวงไชยะบุรี ล่าสุดรั้งเก้าอี้ประธานหอการค้าเมืองเงิน แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว กล่าวว่า ดอกก๋ง เป็นของป่าอย่างหนึ่ง ที่คนลาวทางภาคเหนือเก็บออกมาจำหน่าย ทุกครั้งที่ออกไปหาอาหารหรือไปทำมาหากิน ขากลับพวกเขาจะเก็บดอกก๋งติดมือมาด้วย ถ้าเราเดินทางไปตามเส้นทางตัดใหม่ระหว่างเมืองเงิน ไปยังท่าเรือเมืองปากแบ่ง ข้ามน้ำโขงไปหลวงพระบาง หรือย้อนกลับมายังเมืองนาน -เมืองหงสา จะเห็นทุกหมู่บ้านรายทางจะเก็บดอกก๋งออกมาจำหน่าย
      
       ขณะที่นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าฯแพร่ เองก็ยอมรับว่า คิดไม่ถึงว่าหัตถกรรมพื้นบ้าน – อุตสาหกรรมครัวเรือนผลิตไม้กวาดดอกก๋ง หนึ่งในของดีเมืองแพร่จะโยงใยมาไกลถึงลาว

ที่มา :เวบไซต์ ผู้จัดการรายวัน วันที่ 14 เมษายน 2553

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว มหาวิทยาลัยจำปาสัก กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้